Home See the World Macau Macau Trip 2009 รูปปั้นเจ้าแม่อาม่าและหมู่บ้านวัฒนธรรม (Statue of A-ma and Cultural Village)
14
Aug
2009

Waypoint : N22 07.426 E113 33.831

เวลาเปิด : 08.00 - 18.00 ทุกวัน

ค่าเข้าชม :  ฟรี

รถเมล์สายที่ผ่าน : 26, 26A ต่อ Shuttle Bus ฟรีทุกครึ่งชั่วโมง

 

วันนี้กว่าจะตื่นก็แปดโมงแล้ว เพราะมาเที่ยวแบบตามใจตัวเอง ต้องแช่น้ำ นอนดึก ตื่นสาย ไม่เน้นกิน ตื่นขึ้นมาจึงอาบน้ำอย่างสบายใจ


b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09159.jpgเปิดกระเป๋าให้ดูว่าขนอะไรมาบ้าง ช่างน้อยกระจิ๊ดริด คือ กะมาซื้อแล้วใส่เลย ในเคสสีม่วงคือชุดนอน และชุดที่จะใส่วันนี้ มีกระเป๋าเครื่องสำอางสีชมพู ส่วนทางขวาคือถุงเปล่าไว้ช้อปปิ้ง รอบนี้เอามาทั้งไซส์เล็กและไซส์ใหญ่ เป็นถุงช่วยชีวิตเวลาปิดกระเป๋าไม่ลง ได้ใช้ทุกที

 

 

 

 

 


 

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09160.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09161.jpg

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09162.jpgดูวิวนอกหน้าต่างไม่เห็นอะไรเลย มีแต่นั่งร้านก่อสร้าง

ออกจากโรงแรมมาตอนประมาณสิบโมงครึ่ง เช็คเอ้าท์และฝากกระเป๋าไว้เรียบร้อย รถเมล์สีเขียวนี่คือ Shuttle Bus ของโรงแรมที่วิ่งรับส่งระหว่างโรงแรมกับท่าเรือเฟอร์รี่ให้ฟรี พอถ่ายรูปรถเมล์เสร็จก็เห็นว่าไอน้ำจับหน้าเลนส์ของ G10 เต็มเลย จะถอดมาเช็ดเหมือนกล้องใหญ่ก็ไม่ได้ เลยต้องรอจนกว่าฝ้ามันจะหายไปเอง

 

 

 

 


 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09163.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09164.jpg

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09165.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09166.jpg

เป้าหมายวันนี้จะไปไหว้รูปปั้นเจ้าแม่อาม่าที่อยู่บนยอดเขา เห็นจากที่แนะนำในหนังสือ ซึ่งมารอบที่แล้วหาไม่เจอ นั่งรถเลยไปจนถึงหาดฮักซาแน่ะ รอบนี้จึงคุ้ยหาข้อมูลมา แต่ก็ได้คร่าวๆว่าเจอประตูใหญ่แล้วก็ลง แล้วต่อรถเมล์บริการขึ้นเขาอีกที ดูท่าจะไปยาก เลยไม่ค่อยเห็นใครมาโพสท์เท่าไหร่

 

จากโรงแรมก็เดินมาขึ้นรถหน้าเซนาโด้ ตอนแรกว่าจะแวะกินอะไรก่อน แต่เดินวนๆซักพักแล้วไม่เจอร้านน่ากิน เลยแค่เดินไปซื้อหมากฝรั่งติดตัวไว้เพื่อขอแลกเหรียญขึ้นรถเมล์ รูปปั้นเจ้าแม่อาม่านี่อยู่บนยอดเขา Coloane ก็คือข้ามลงมาเกาะล่างสุด ตอนแรกกะจะขึ้น 26 รอรถเมล์อยู่นานพอสมควร มีแต่สายที่จะไม่ไป เลยลองย้ายมาป้าย 26A ที่อยู่ใกล้ๆกัน

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09167.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09168.jpg

 

ในที่สุดรถก็มา แต่ค่ารถขึ้นราคาเป็น 6.4 MOP แล้วนะ เวลาคนมาเก๊าขึ้นเค้าจะเอาบัตร Macau Pass ไปแปะๆตรงตู้เขียว เราก็อยากได้บัตรนี้มั่งแต่ไม่รู้จะไปซื้อตรงไหน แล้วอีกอย่างคืนเร็วก็ไม่คุ้มเท่าไหร่

 

สำหรับคนใช้บัตร Macau Pass จะมีส่วนลดเวลาขึ้นรถโดยสาร ซื้อของได้ที่ OK Shop (7-11 บ้านเรา แต่หายากชะมัด), Royal Supermarket และที่อื่นๆที่มีช่องให้เสียบบัตร ตัวบัตรก็หาซื้อได้ที่ OK Shop รายละเอียดลองอ่านเอาจากที่นี่

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09169.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09170.jpg

ขึ้นรถแล้ว ก็นั่งติดประตูขึ้นเลย จะได้เล็งจุดลงได้ง่าย รถจะวิ่งข้ามไป จุดสังเกตคือผ่านสะพานยาวมากกกก คือสะพานที่เชื่อมระหว่างเกาะ สะพานแรกจะเป็นจากเกาะมาเก๊ามาไทปา แล้วจะผ่านเวเนเชียน จากนั้นสะพานที่สองคือจากไทปามาโคโลอาน พอสุดสะพานที่สอง มองไปข้างบนจะเริ่มเห็นเจ้าแม่อาม่าขาวเด่นเป็นสง่าบนเขา ก็เริ่มเตรียมตัวแล้ว รถจะวนๆนิดนึง

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09171.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09172.jpg

 

จากนั้นเห็นประตูใหญ่ยักษ์ข้างหน้าเมื่อไหร่ กดกริ่งเตรียมลงได้ ป้ายรถเมล์จะจอดหน้าปั๊ม Esso ตอนที่เราลง มีเด็กหนุ่มลงมาด้วยอีกคน แล้วเราสองคนก็มายืนรอรถบัสอยู่ตรงทางขึ้นด้วยกัน

 

ที่จอดรถบัสเล็กสีขาวจะอยู่ทางซ้ายของประตู แต่ไปเล็งแล้วไม่เห็นคนขับเลยมายืนรอตรงทางเข้า ระหว่างนั้นก็เห็นคนขับรถขึ้นเขาไปคันแล้วคันเล่า แต่ไม่เห็นรถบัสลงมารับเราซักที ก็เลยถามตาหนุ่มคนนั้นว่ารอรถบัสตรงนี้ใช่ไหม เค้าก็ตอบว่าใช่ ใจเย็นๆ เด๋วก็มา ประมาณนี้

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09173.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09174.jpg

ระหว่างรอก็ไปถ่ายรูปเล่น พื้นยังแฉะเพราะฝนอยู่เลย รออยู่ยี่สิบนาทีรถก็ไม่มา เมื่อยนะเนี่ย แดดก็เริ่มจะออก แล้วตาหนุ่มก็คุยโทรศัพท์ช้งเช้งใหญ่เลย จะบอกว่าไม่กล้าเข้าไปคุยมากเพราะดูเค้าเนิร์ดหน่อยๆ พอคุยโทรศัพท์เสร็จก็มาบอกเราว่าวันนี้รถไม่มี หา แปลว่าไรเนี่ย แล้วจะทำไงดี 

 

ไอ้ที่คุยกันเนี่ยก็ลำบากอยู่ เพราะเค้าก็ไม่ค่อยเข้าใจเรา บางทีเค้าก็นึกศัพท์นาน แล้วเราก็ต้องเดาภาษาอังกฤษของเค้าเป็นศัพท์อังกฤษของเราอีกที พอสนทนากันได้แบบลำบากนิดหน่อย แต่สรุปว่า ไม่รู้ว่าทำไมไม่มีรถแต่ I จะโบกรถขึ้นล่ะนะ You จะไปไหม ก็โอเค

 

 

 

พอรถเก๋งสีเขียวเลี้ยวเข้ามาปุ๊ป ก็รีบไปโบกทันที ตาหนุ่มเป็นคนเจรจาภาษาจีนให้ เรียบร้อยติดรถกันขึ้นไป เป็นลุงกะป้าสองคน คุณป้าหันมาคุยใหญ่เลยด้วยภาษาจีน ตรูจะบ้า ฟังไม่รู้เรื่อง จะไม่ตอบก็ดูไม่มีมารยาท ได้แต่ยิ้มๆแล้วให้ตาหนุ่มแปลให้ ตาหนุ่มก็คงบอกป้าเป็นภาษาจีนว่าเป็นนักท่องเที่ยว คำถามเลยเปลี่ยนเป็นว่ามาจากไหน Bangkok, Thailand ไม่รู้จัก เวง นึกว่าไต้หวันอีกแล้ว สุดท้ายเปิดโทรศัพท์จิ้ม World Clock ให้ดูว่า Bangkok นา ทั้งป้าทั้งตาแว่นเลยเข้าใจ

 

ทางขึ้นเขาอย่างไกล ไม่ศรัทธาพอ ห้ามเดินเด็ดขาด

 

พอรถขึ้นมาถึงหมู่บ้านวัฒนธรรม Thank you very much แล้วก็แยกย้าย ตาหนุ่มน่ะอยู่บนนี้หรือขึ้นมาหาใครบนนี้นี่แหละ เค้าเดินแยกไปทางตึกด้านขวา ส่วนเราก็มาทางซ้าย เตรียมถ่ายรูป กว่าจะมาถึงได้ลำบากยากเย็น ก็กะว่าขาลงเดี๋ยวโบกลงอีก

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09175.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09176.jpg

ระหว่างที่ตั้งกล้องถ่ายรูป ก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยวหน้าจีนมายืนเมียงมองกลุ่มนึง เป็นลุงๆตัวเล็กๆ แล้วก็มายืนดูรูปเราไปด้วย ส่องกล้องเราด้วยนะ ดิฉันก็ไม่ว่าอะไรยิ้มๆแต่มือจับขาตั้งไว้แน่น กลัวคว่ำ ^ ^ แล้วก็ตามฟอร์ม มาจากไหน Bangkok, Thailand คุยเฮฮาภาษามือกันแป๊ปนึงก็เลยถามว่าขากลับขึ้นรถเมล์ตรงไหน เค้าเลยตามเพื่อนคุณป้าอีกคนมาตอบ คุณป้าพูดอังกฤษคล่องปรื๋อ บอกให้รอที่ลานข้างล่าง แล้วคุณลุงทั้งหลายก็แยกตัวไปชมที่เที่ยวต่อ ส่วนเราเดินขึ้นไปดูหมู่บ้านวัฒนธรรรม

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09178.jpgยังไม่ทันได้ถ่ายเท่าไหร่ ฝนก็ตกลงมา รูปนี้เลยเป็นรูปเดียวที่ปล่อยผม หลังจากนี้ต้องรวบตลอด เห็นว่าน้ำหยดลงหน้ากล้องด้วย

 

 

 

 

 

 

 


 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09179.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09180.jpg

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09181.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09182.jpg

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09183.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09184.jpg

 

ไปยืนหลบฝนอยู่ตรงประตู แล้วก็ถ่ายรูปไปอีกหน่อย ฟ้าไม่แจ่มเลยวันนี้ 

 

อันนี้คือเสื้อกันฝนตัวโปรด ไม่มีน้ำฝนรอดข้าไปได้ ยิ่งถ้าเอากล้องไว้ข้างในเสื้อ คนจะมองแต่กล้อง เพราะมันจะโด่ออกมาเหมือนคนโรคจิตเลย แต่ไม่แคร์อยู่แล้ว


b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09185.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09186.jpg

ทางขึ้นไปรูปปั้นเจ้าแม่อาม่าอยู่ทางขวามือของหมู่บ้านวัฒนธรรม เป็นทางเดินขึ้นเขาแบบพอเหนื่อย พอฝนหยุดเลยไปดูก่อนดีกว่า เดี๋ยวคนจะเยอะ ตอนเดินขึ้นไปก็สวนกับกลุ่มลุงๆที่มาทักทายตอนแรก ยังเฮฮากันได้อีก

 

พอขึ้นไปถึงไม่มีคนเลย เยี่ยมยอดมาก อากาศก็เย็นสบาย ถ่ายรูปได้ทุกมุม

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09187.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09188.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09189.jpg


b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09190.jpgเจ้าแม่อาม่านี่เป็นตำนานของมาเก๊าว่า อาม่ามีพระนามเดิมว่า หลิงม่า เป็นหญิงสาวชาวฟูเจี้ยน วันหนึ่งเธอต้องการข้ามฝั่งมายังคาบสมุทรดอกลิลลี่ขาว หรือ เอ้าเหมิน ตามชื่อในภาษาจีน จึงขอโดยสารมากับเรือของชาวประมงชราคนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงเรือลำเล็กๆ ที่ยอมให้หลิงม่าโดยสารมาด้วย ในระหว่างที่เรือล่องอยู่กลางทะเล เกิดมีพายุขึ้นอย่างรุนแรงทำให้เรือหลายลำต้องอับปาง แต่ด้วยปาฏิหาริย์ในคำสั่งฟ้าของหลิงม่าทำให้เรือที่เธอโดยสารมาเข้าถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย ทันทีที่หลิงม่าก้าวเท้าขึ้นสู่ฝั่ง เธอก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและหายลับไป ชาวประมงทั้งหลายต่างเชื่อกันว่าเธอคือองค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล นับตั้งแต่นั้นดินแดนแห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่า อ่าวของอาม่า หรือ อา-หม่า-เกา ที่เพี้ยนเสียงมาเป็น มาเก๊า ในปัจจุบัน

 

องค์รูปปั้นนี่สูงถึง 19.99 เมตร เป็นรูปปั้นเทพอาม่าที่สูงที่สุดในโลก แกะสลักจากหินอ่อน จากจุดนี้เราสามารถเห็นทิวทัศน์ของเกาะโคโลอาน หาดฮักซา และเกาะ Cotai ได้ และสามารถมองเห็นรูปปั้นได้แต่ไกลเมื่อเราอยู่ในทะเลจีนใต้

 

เทพอาม่ามีอีกชื่อหนึ่งว่า Tian Hou

 

 

 

 

บรรลุวัตถุประสงค์อีกอย่างแล้ว ปลื้มมาก ตอนนี้ฝนหยุดสนิทและแดดเริ่มออก เริ่มมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาไหว้แล้ว เดินลงไปดูหมู่บ้านวัฒนธรรมข้างล่างดีกว่า


b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09191.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09192.jpg

 

เดินลงมาจากยอดเขาจะมีประตูข้างให้เข้าไปได้

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09193.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09194.jpg

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09195.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09196.jpgหมู่บ้านวัฒนธรรมสร้างขึ้นตามศิลปะของราชวงศ์ชิง ภายในมีหอระฆัง หอตีกลอง รูปบูชาหินอ่อน ร้านค้าและพิพิธภัณฑ์ สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาในเจ้าแม่อาม่า โดยเพิ่งสร้างขึ้นในปี 2001 นี่เอง ซุ้มประตูด้านล่างก่อนขึ้นเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะที่แสดงถึงความชำนาญในงานแกะสลักของชาวหมู่บ้านด้านบนเขา

ที่บริเวณบันไดทางขึ้นมีงานแกะสลักสัตว์มงคลของจีน เช่น เสือคำราม, สิงโตคู่, นกไฟ ยาวไปจนถึงประตูทางเข้า Tian Hou Palace แปลตรงตัวก็พระราชวังของเทพอาม่า

 

 


 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09197.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09198.jpg

 

ภายใน Tian Hou Palace จะมีองค์รูปปั้นเจ้าแม่อาม่า สามารถเข้าไปไหว้ขอพรได้

 

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09199.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09200.jpg

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09201.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09202.jpg

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09203.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09204.jpg

แผนการสำหรับอนาคต (ไม่รู้ตอนนี้มีหรือยัง)คือมีร้านอาหารมังสวิรัติ ร้านขายของที่ระลึกและหัตถกรรมพื้นบ้าน

b_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09205.jpgb_325_325_16777215_0___images_mc_2009_mc09206.jpg

ขากลับตอนแรกว่าจะโบกรถกลับไปอีก แต่คราวนี้กลับไม่มีใครจะกลับเลย มีแต่เพิ่งมา นั่งรถอีกพักใหญ่ รถบัสบริการก็วิ่งขึ้นมา เลยได้นั่งรถบัสฟรีลงไปข้างล่าง

วิวระหว่างลงเขา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


Reference Sites :

http://www.macau-thai.com/about.php

http://www.olamacauguide.com/a-ma-cultural-village.html