|
Waypoint : N22 11.856 E113 32.449
เวลาเปิดชม : ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
สายรถเมล์ : 2,3,3A,4,5,6,7,10,10A,11,18,19,21,21A,26,26A,33 (ผ่านหน้าเซนาโด้)
 
จากโบสถ์เซนต์โดมินิค เราเดินเข้าไปทางถนนข้างในอีก ตามทิศคือขึ้นไปทางทิศเหนืออีก 400 เมตร มันจะมีป้ายเขียวๆบอกให้ไปทาง Ruins of St.Paul's ซึ่งคราวที่แล้วก็มา (เหมือนกัน) แต่ไม่ได้ไปดูด้านหลังและพิพิธภัณฑ์ (อีกแล้ว) แล้วก็จะไปร้านของเล่น Toy Kingdom ด้วย
ทางเดินไปเป็นทางเดินขึ้นเขาที่คนมหาศาล ก็เดินตามๆเค้าไป ระหว่างทางจะเป็นของกินขายเต็มไปหมด แล้วก็มีให้ชิมฟรีด้วยนะ
  
หลุดจากผู้คน ก็จะเห็นซากมหาวิหารเซนต์ปอลใหญ่โตมากอยู่ข้างหน้า ก่อนถึงบันไดขึ้นไป ทางขวามือเราจะเห็นรูปปั้นของผู้หญิงจีนถือดอกบัวยื่นให้ผู้ชายชาวตะวันตก รูปปั้นนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงความปรารถนาดีระหว่างโปรตุเกสกับจีน โดยสร้างขึ้นเมื่อตอนที่โปรตุเกสได้ทำการคืนมาเก๊าให้กับประเทศจีน
 
วันที่ไปเห็นมีกองถ่ายกำลังถ่ายโฆษณา (มั้ง) คนมุงดูกันเต็มเลย รวมทั้งเราด้วย ^ ^ ก้อผู้หญิงน่ารักดีนี่หน่า ยืนดูอยู่หลายเทคเลยล่ะ
ตรงนี้ก็ตั้งขาถ่ายรูปตัวเองซะหนึ่งรูปก่อน ตอนตั้งกล้องก็มีป้าคนนึงมาคุยด้วย แต่ฟังไม่ออกนะ เป็นแนวจีนๆ พอแกเห็นเราไม่รู้เรื่อง แกก็ยังคุยต่อแหละ เดาว่าคงถามว่าเป็นนักท่องเที่ยวเหรอ มาจากไหนประมาณเนี้ย แกคุยแบบยิ้มๆน่ะ แล้วก็มีนักท่องเที่ยว ช กับ ญ มาขอให้ถ่ายรูปให้ด้วย มุมเดียวกันกับเราเลย ก็คุยๆกันแป๊ปนึง จำไม่ได้แล้วรู้สึกเค้าจะมาจากฟิลิปปินส์นี่แหละ เวลาคุยกะคนอื่น ส่วนมากเค้าจะไม่รู้จัก Thailand นะ จะนึกว่าไต้หวันซะเรื่อย (หรือภาษาตรูเพี้ยนหว่า) แต่พอบอกว่า Bangkok ล่ะ อ๋อ กันทั้งนั้นเลย
 
ตอนนี้จะแวะไป Toy Kingdom ก่อน ร้านนี้จะอยู่ทางซ้ายมือของบันไดโบสถ์ เดินไปนิดเดียวก็จะเห็นป้ายร้าน เข้าไปข้างในแล้วก็จะเจอของเล่นเพียบ แต่แออัดมากจนต้องขอฝากเป้หลังไว้ก่อนที่จะไปกวาดของเค้าลงมาหมด นอกจากของเยอะเหมือนสำเพ็งแล้วลูกค้ายังเยอะอีก Blythe จะอยู่ลึกสุดในร้านแต่แบบไม่เยอะมาก ถามกันดั้มที่เบียร์ฝากมาซื้อแล้วไม่มี (ดีแล้วขี้เกียจแบกไปเที่ยวตั้งกะต้นทริป) เดินดูไปมาแล้วก็ซื้อตุ๊กตากั๊ตจังมาเซ็ทนึง 210 เหรียญ มี 5 กล่อง กล่องละตัว เปิดเช็คของกันตรงนั้นเลย คุณภาพของก็โอเคนะ ไม่ใช่แบบสีเพี้ยนๆ หน้าเบี้ยวๆ แบบที่เห็นตามตลาดนัดบ้านเราอ้ะ คนขายสาวๆก็ใจดีนะ แต่คงเซ็งนิดหน่อยเพราะดิฉันของเยอะมาก เกะกะร้านเค้า
เสร็จจากที่ร้านของเล่น ก็ไต่กะไดหินขึ้นไป 66 ขั้นเพื่อขึ้นไปชมซากกัน วันนี้ประตูเปิดเดินทะลุเข้าไปข้างหลังเลย
 
มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1582 โดยพระนิกายเยซูอิด (Jesuit) โดยเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนสอนศาสนาซึ่งได้ยกระดับเป็นวิทยาลัยในปี 1594 จัดเป็นวิทยาลัยตะวันตกแห่งแรกในเอเชีย ตัวมหาวิหารเองก็เป็นโบสถ์คาทอลิคที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียในเวลานั้น ต่อมาในปี 1762 พวกพระนิกายนี้ก็ถูกขับไล่ออกจากมาเก๊า สถานที่ก็โดนยึดเป็นค่ายทหารโดยยังคงเหลือส่วนโบสถ์เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา จนเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1835 (น่าเสียดายมากๆ) คงเหลือแต่ประตูทางเข้าด้านหน้าและฐานใต้ดินเท่านั้น
ภายหลังมีการขุดพบวัตถุโบราณทางศาสนาจำนวนมาก รวมไปถึงกระดูกของ Alessandro Valignano หลวงพ่อที่ก่อตั้งวิทยาลัย ตอนหลังเค้าเลยสร้างพิพิธภัณฑ์และบันไดเหล็กให้ขึ้นไปถึงด้านบนของซุ้มประตูได้
 
ขึ้นบันไดหลังซากประตูขึ้นไปก็จะเห็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาด้านหลังและหลุมศพพระนักบวชด้านขวา จะชะโงกออกมาดูวิวที่ช่องประตูด้านหน้าได้ แต่เค้ากั้นไว้นะ ไม่งั้นคนคงโผล่หน้าออกมาถ่ายรูปกันแน่ๆ ตรงนี้ก็มีธรรมเนียมโยนเหรียญให้โชคดีเหมือนหลายๆที่
จากบนนี้เราจะเห็นวัดนาชา (Na Tcha Temple) อยู่ทางขวามือ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในปี 1888 เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่เทพนาชาผู้ช่วยปัดเป่ากาฬโรคที่ระบาดอย่างรุนแรงในยุคนั้นให้เบาบางลง วัดเล็กมากเลยขอชมจากเบื้องบนละกัน
ติดกับวัดจะเป็นกำแพงเมืองโบราณที่ชาวโปรตุเกสสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการบุกรุกของนักล่าอาณานิคมในสมัยนั้น กำแพงนี้ก็สร้างจากดินเหนียว ทราย ฟางข้าว หินบดและเปลือกหอยนางรม อัดจนแน่นเหมือนปูนซีเมนต์ เรียกว่า Chunambo กำแพงเมืองโบราณนี่คงเหลืออยู่ที่เดียวคือตรงนี้
  
  
ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ด้านในสุดนั้นจะแสดงภาพเขียนสีน้ำมัน รูปปั้น และงานศิลปะทางศาสนาจำลอง งานที่โดดเด่นมากๆก็คือไม้กางเขนที่ตรึงพระเยซู สไตล์ Sino-Portuguese ทำจากงาช้าง ไม้ และเงิน และก็มีอีกรูปที่ไม่ได้ถ่ายมาคือ รูปวาดทูตสวรรค์ St.Michael ซึ่งเป็นรูปวาดของวิทยาลัยที่รอดมาจากเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ครั้งนั้น
 
ส่วนของห้องใต้ดิน (crypt) ทางซ้ายเป็นที่ตั้งของหลุมศพ ไม้กางเขนบรอนซ์อันนี้แสดงตำแหน่งที่ตั้งหลุมศพที่คาดว่าจะเป็นของหลวงพ่อ Alexandre Valignano ผู้ก่อตั้ง ด้านข้างของห้องใต้ดินจะเป็นโลงศพแก้วบรรจุกระดูกของชาวญี่ปุ่นและเวียดนามที่สละชีวิตเพื่อศาสนา
 
เมื่อออกมายืนด้านนอกจะเจอป้ายจำลองแผนผังของมหาวิหารนี้ ส่วนกระจกแก้วที่เห็นตามที่อ่านป้ายเค้าบอกว่าคือข้างใต้คือหลุมศพนักบวชนะ แต่มองไม่เห็นอะไรนอกจากดินกับต้นไม้
 
 
 
เดินกลับมาถ่ายรูปด้านหน้าอีกครั้ง ที่ด้านหน้าจะมีเด็กๆร้องเพลงเรี่ยไรเงิน ร้องเพลงกันเพราะเชียวล่ะ ทำให้นึกถึงที่ถ.สีลมบ้าง ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าเรี่ยไรรุนแรง พอเดินลงมาข้างล่างก็จะมีเด็กนักศีกษามายืนตะโกนใส่หูเวลาเดินผ่าน ช่วยบริจาคเงินช่วยน้อง ช่วยบริจาคเงินออกค่าย ช่วยบริจาคเงิน... บลา บลา "เสียงดังมาก" พอๆกับที่เราได้ยินแม่ค้าตะโกนขายของ ถ้าน้องๆไม่แหกปากใส่หูพี่ขนาดนี้ก็พอไหวหรอกนะ แต่นี่รำคาญมาก ตะโกนกันที 4-5 คน หันมาใช้วิธีร้องเพลงเพราะๆแบบนี้ก็ดีนะ ขอแนะนำ
ภาพแกะสลักบนซุ้มประตูนี่สวยๆทั้งนั้น บนสุดจะเป็นรูปนกพิราบ สัญลักษณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (Holy Spirit) อยู่ระหว่างพระอาทิตย์, พระจันทร์และดาว สัญลักษณ์การตั้งครรภ์ของพระแม่มารี ใต้นกพิราบเป็นรูปพระเยชูและอุปกรณ์ที่ใช้ตอกพระองค์กับไม้กางเขนอยู่ซ้ายขวา รูปแกะสลักอื่นๆก็จะมีรูปพระแม่มารี พระเยชู พระสันตะปาปา และนักบุญคนอื่นๆ
ที่ด้านหน้าจะมีคนแจกถุงแบนๆมีรูปวิหารอยู่ มาครั้งที่แล้วได้สีม่วง คราวนี้ได้สีเขียว รับมานะ ข้างในเป็นเหมือนโปรโมทมาเก๊า อ่านไม่ออกอ้ะ แต่อยากได้ถุง ^ ^
 
เห็นคนเยอะ เลยเดินทะลุมาทางตึกทางซ้ายมือดู เหมือนกับเป็นสถานที่ราชการแต่ไม่เห็นคน ตึกสวยดี เลยตั้งขาถ่ายอีกรอบ เดินลงมาแล้วอ้อมไปตามทางรถทางซ้ายดูจะเป็นร้านอาหาร ตึกสวยดีถ่ายอีก แต่ต้องระวังรถเพราะมันเป็นทางลงเขา ยืนอยู่ตรงจุดเค้าเลี้ยวพอดี
Reference Sites :
http://china-travel.suite101.com/article.cfm/the_ruins_of_st_pauls_church_in_macau
http://www.chinatravel.com/macau/attraction/ruins-of-st.-paul/
http://www.olamacauguide.com/sacred-art-and-crypt-museum.html
|