เครื่องออก 7 โมง เราก็ชิลล์ๆออกจากบ้านตีห้าครึ่ง ท่านพามาส่งตามปกติ ก็ขึ้นทางด่วนพระราม 9 ฝนตกพรำๆและก็มีอุบัติเหตุบนทางด่วน รถก็เลยติดนิดหน่อย ไปถึงเคาน์เตอร์ตอน 6.15 ซึ่งปกติก็น่าจะทันเพราะเคาน์เตอร์เช็คอินจะปิด 40 นาทีก่อนเครื่องออก
แต่คราวนี้พนักงานบอกว่า เคาน์เตอร์ปิดแล้วนะคะ อ้าวแล้วจะทำยังไงล่ะ เค้าก็หันไปถามพนักงานอีกคนว่ายังโหลดกระเป๋าได้หรือเปล่า แล้วก็เลยได้โหลดกระเป๋าเป็นคนสุดท้ายพอดี แบบฟอร์มตม.ก็กรอกเฉพาะขาออกประเทศไปก่อน ผ่านด่านก็วิ่งกันอีกแล้วครับเพราะเกทแอร์เอเชียนี่อยู่ไกลตลอด ไปถึงเกทก็ยังคงไปนั่งรออีกแป๊ปนึง ก่อนจะได้ขึ้นเครื่องเป็นคนแรกตามที่จอง Hot Seat ไว้ ที่นั่งก็โอเค มีที่ยืดขาไม่ต้องโดนพนักเก้าอี้คนข้างหน้าเอนมาชนเข่า
Dim lights
มุมที่ได้นั่งนี่ก็เลยได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น อย่างรถงวงที่เป็นทางที่เราเดินมาเข้าเครื่อง และมันก็ไม่ติดปีกเลยได้เห็นพื้นข้างล่างเต็มๆ
สำหรับปีที่ไข้หวัด 2009 ระบาดรุนแรงแบบนี้ เราก็จะได้แบบฟอร์มสำหรับกรอกเพิ่มคือ Health Declaration ซึ่งต้องเอาไปยื่นตอนเราเข้ามาเก๊า
เนื้อหาเค้าจะเป็นภาษาจีนควบโปรตุเกส(มั้ง)และภาษาอังกฤษ ก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ไล่ตามลำดับตามนี้
Name in Full ชื่อนามสกุล
Sex เพศ
Age อายุ
Occupation อาชีพ
Nationality = THAI
No. of traveling document or ID = เลขที่พาสปอร์ต
Date of entry = วันที่เดินทางเข้ามาเก๊า
Mode of transport ติ๊กที่ Flight
Flight No. = เลขที่สายการบิน
Seat No. = เลขที่นั่ง
Contact address in Macao = ที่อยู่โรงแรมหรือที่พักตอนอยู่ที่มาเก๊า
The contact telephone number in the next 14 days = เบอร์โทรติดต่อหลังจากวันนี้แล้ว 2 อาทิตย์ ก็ใส่เบอร์มือถือไป +66 (81) ... เพราะตอนนั้นกลับเมืองไทยแล้ว
1. Please list the countries and cities that you visited in the past 14 days (include place of residence) ให้ใ่ส่ประเทศและเมืองที่ไปมาในช่วงสองอาทิตย์ก่อนหน้านี้ ... ไม่ได้ไปไหนเลยเลยใส่แต่ BANGKOK, THAILAND คือเมืองที่พักอาศัยอยู่
2. Are you a close contact to a confirmed case of (swine) influenza A (H1N1) virus infection while the case was ill within the last 14 days before arrival? ที่ผ่านมาภายใน 2 อาทิตย์ มีการติดต่อสัมผัสใกล้ชิดกับคนป่วยไข้หวัด 2009 หรือเปล่า อันนี้ก็ตอบ No ไม่รู้จักใครที่เป็นเลย
3. Please mark before the symptom if any ให้ติ๊กถ้ามีอาการเหล่านี้ fever (ไข้), sore throat (เจ็บคอ), cough (ไอ จาม), running nose or nasal congestion (คัดจมูก) อันนี้ก็ไม่ได้ติ๊ก ถ้าติ๊กคงมีเฮ
เสร็จแล้วก็เซ็นต์ชื่อ
แต่พวกนี้เราต้องตอบตามความเป็นจริง ถ้ามีอาการก็ต้องแจ้งเค้า ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม
ดูหน้าตาวันนี้บ้าง โทรมง่อกตื่นเช้า คนที่นั่งข้างๆเป็นคนจีนมาด้วยกัน ไม่คุยกันเลยต่างคนต่างอยู่
ตอนแรกพี่แกก็หลับๆกัน แต่พอเริ่มใกล้มาเก๊า เครื่องบินบินผ่านจุดที่อากาศแปรปรวนคือพายุนั่นแหละ ตกหลุมอากาศ ตอนแรกก็กระแทกนิดๆหน่อยๆ หลังๆชักหนักขนาดก้นลอยแล้วก็ตู้ม! หล่นมากระแทกเก้าอี้ -_-' ตาคนข้างๆก็นับลูกประคำไปด้วย เลยสวดมนต์ในใจมั่ง ไม่รู้จะทำไรไง เสียววูบๆแท้ ดันทะลึ่งมาเที่ยวหน้าฝน พวกแอร์เค้าก็มานั่งที่กันหมดเลยนะ ก็คือที่นั่งตรงซอกข้างหน้า หันหน้ามาทางเรา เค้าก็เสียวเปล่าไม่รู้แต่ต้องเก๊กหน้าไว้ ผ่านไปชั่วโคตร เครื่องก็นิ่ง เป็นประสบการณ์ตกหลุมอากาศแบบหนักนิดนึงครั้งแรก
ตอนมาถึงสนามบินตามเวลาเด๊ะ แต่ฝนยังตกอยู่เลย รถงวงมาเทียบ ออกไปแล้วก็ตากฝนนิดหน่อยไปขึ้นรถโค้ชเข้าสนามบิน ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองอย่างเรียบร้อยไม่ถามอะไรเลย แต่มีคนเก็บใบ Health Declaration นั่งอยู่คนนึง เก็บอย่างเดียวไม่ได้ตรวจอะไร แล้วก็ได้กระเป๋าออกมาเป็นคนแรกเลยล่ะ สงสัยเพราะเข้าหลังสุด คว้ากระเป๋าได้ก็เดินหาทางออก จำได้ว่าถ้าไปขึ้นรถเมล์ก็ต้องเดินออกไปประตูขวา ตอนแรกกะจะขึ้นรถเมล์ไปท่าเรือ แต่ดูแล้วฝนก็ตกพอควร เรียกแท็กซี่ไปโรงแรมเลยดีกว่า แท็กซี่เค้าเป็นมิเตอร์อยู่แล้ว ต้องเดินกลับไปถามอีกว่าแท็กซี่อยู่ตรงไหน คราวนี้เดินไปทางซ้าย
บอกแท็กซี่ "Hotel Royal" แท็กซี่งงๆ ตอบกลับมาว่า "Royal Hotel?" เออๆ ก้อคงที่เดียวกันนั่นแหละ ก็วิ่งข้ามเกาะไป พอข้ามสะพานระหว่างเกาะก็เริ่มคุ้นเคยแล้ว แต่แท็กซี่พาไปทางไหนไม่รู้เลยนะ พอรู้ทางคร่าวๆแต่โรงแรมมันอยู่ในซอยเล็กๆที่เป็นวันเวย์อีกทีไง ถ้านั่งรถเมล์มาลงเซนาโด้คงหลงน่ะ ค่าแท็กซี่ 70 เหรียญ ก็ประมาณ 300 บาท แลกกับไม่ต้องตากฝน ไม่ต้องเบียดคนบนรถ (รถเมล์เล็กจริงๆนะ) และไม่ต้องรอรถ ก็โออยู่
มาถึงโรงแรมประมาณสิบเอ็ดโมง เร็วมาก ปัญหาคือเค้าให้เช็คอินบ่ายสอง เลยไปเจรจาขอเช็คอินเพื่อฝากกระเป๋าก่อน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร มีแต่ว่าเราจองโรงแรมผ่าน Expedia นี่มันเป็น agency ใหม่มากจนพนักงานไม่รู้จัก ยื่นใบจองว่าเสียเงินแล้วก็ต้องเสียเวลาไปตามเรื่องอีก ดูเหมือนจะมีปัญหาเรื่องไม่ได้รับจองมายังไงนี่แหละ ถึงตอนนี้ทำไรไม่ได้ ต้องรอๆ กะว่าถ้าที่นี่ไม่ได้จะกลับไปวอล์คอินโรงแรมเดิมใกล้ๆเซนาโด้ ก็รอนานพอควรเลย แต่สุดท้ายก็เรียบร้อย ทางโรงแรมมีให้รูดการ์ดมัดจำไว้ 500 เหรียญซึ่งจะวอยด์ตอนเราเช็คเอ้าท์
ระหว่างรอพนักงานเช็คเรื่อง ก็เอาซิมมาเก๊าที่ซื้อมาจากไทยมาใส่โทรศัพท์ แล้วก็ activate ตามคู่มือในซองคือกด*122#แล้วกดโทรออก อันนี้ไม่ติดอะไร แต่พอโทรออกมันโทรไม่ได้ ตามคู่มือบอกให้กด 00+66+เบอร์ที่ตัดศูนย์ตัวแรกออก หรือ 050+66+เบอร์ที่ตัดศูนย์ตัวแรกออก ซึ่งก็ลองทั้งคู่มันก็โทรไม่ได้ ทำไงก็ไม่ได้ ไรฟะ ทิ้งมันไว้ก่อน เพราะหิวแล้ว ทำเรื่องโรงแรมเสร็จ ฝากกระเป๋าใหญ่ไว้ที่ห้องหลังฟร้อนท์ เหลือแต่เป้ไปหาข้าวกลางวัน (ข้าวเช้าด้วย) กินก่อน